เมื่อพาคนเมืองมารู้จัก “ปกาเกอะญอ”

เมื่อพาคนเมืองมารู้จัก “ปกาเกอะญอ”

ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องราว เรามารู้จักความหมายของคำว่า “ปกาเกอะญอ” กันก่อนดีกว่าค่ะ

ชาวกะเหรี่ยง เรียกตนเองว่า “ปกาเกอะญอ” ซึ่งแปลว่า “คน” เป็นชนเผ่าที่มีจำนวนมากที่สุด ในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ สะกอ หรือยางขาว หรือ ปากฺกะญอ เป็นกลุ่มที่มีประชากรมากที่สุด โป หรือ โพล่ อยู่ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลำพูน ปะโอ หรือ ตองสู และบะเว หรือ คะยา ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถิ่นฐานเดิมของกะเหรี่ยงอยู่บริเวณมองโกเลียเมื่อกว่า2,000ปีมาแล้ว ต่อมาได้หนีภัยจากการรุกรานจากกองทัพจีน มาอยู่ที่ธิเบต ถอยร่นลงมาทางใต้เรื่อยๆ ตั้งแต่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง ลุ่มน้ำสาละวิน มาถึงคอคอดกระจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวนที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยในตอนปลายศตวรรษที่ 18 ในรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ

ข้อมูลจาก: มูลนิธิโครงการหลวง

 

เมื่อวันที่ 14-18 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา กลุ่ม Nature Feels ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ มีโอกาสไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ ณ บ้านแม่ลามาน้อย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน  โดยมีพี่หนุ่ม ผู้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้หญ้าแพรกสาละวินเป็นผู้นำทริปสุดพิเศษครั้งนี้

สำหรับศูนย์การเรียนรู้หญ้าแพรกสาละวิน จากที่โทรี่ทราบเรื่องราวมาจากพี่หนุ่ม ที่นี่คือศูนย์การเรียนที่ใช้ทรัพยากรที่มีในชุมชนเป็นสื่อการเรียน ซึ่งจัดการศึกษาแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป เน้นจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้สิ่งรอบตัวอย่างลึกซึ้ง โดยใช้หลัก อาหาร ยา ผ้า บ้าน เป็นเนื้อแกนกลางของหลักสูตรการเรียนรู้และใช้กระบวนการเชิงวิจัยเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ เข้าใจเหตุผล ในขณะเดียวกันก็พัฒนาการเรียนรู้ให้เท่าทันเทคโนโลยีต่างๆ เช่นกัน เรียกได้ว่า ไม่โลว์เทคโนโลยีนะคะ

ในส่วนของการเดินทางสู่บ้านแม่ลามาน้อย ของพวกเรานั้น เรียกได้ว่าไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆ เลย พวกเราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยรถทัวร์ตั้งแต่ 17.00 น. ถึง อ.แม่สะเรียงราว 05.00 น. ระหว่างรอรถพี่หนุ่มมารับ พวกเราเดินหาของกินที่ตลาดเช้าและชมวิถีชีวิตชุมชนแม่สะเรียงก่อนเดินทางระยะไกลอีกครั้ง จากนั้นพวกเราเดินทางไปยังบ้านแม่ลามาน้อย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน  ด้วยรถโฟวิล (รถขับเคลื่อนสี่ล้อ) ระหว่างทางพวกเราได้เห็นหมู่บ้านชนพื้นเมืองต่างๆ ตั้งแต่อยู่ริมถนนจนไปถึงในป่าลึก นอกจากนี้ยังคอยสังเกตป่าไม้ข้างทางซึ่งบางที่ก็อุดมสมบูรณ์ บางที่ก็ถูกตัดเพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่ทำกิน (ส่วนใหญ่กลายเป็นภูเขาหัวโล้น) ทำให้ได้เห็นแนวทางจัดการป่าไม้ภาพรวมของประเทศได้เป็นอย่างดี

พอเดินทางมาถึง ศูนย์การเรียนรู้หญ้าแพรกสาละวิน บ้านแม่ลามาน้อย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน  ได้รับการต้อนรับอย่างเป็นกันเองจากนักเรียน  พร้อมชวนลุยทำกับข้าวกินเอง และทำความรู้จักพร้อมกับประชุมวางแผนสำหรับภารกิจวันพรุ่งนี้

 

เส้นทางศึกษาห้องเรียนธรรมชาติ และซุปเปอร์มาเก็ตมีชีวิต

เด็กๆ ที่นี่โชคดีที่สุด เพราะพวกเขาได้เรียนรู้ทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว พวกเขาสามารถเลือกศึกษาหัวข้อที่ตัวเองสนใจและลงมือวิจัยอย่างละเอียด เช่น ด.ญ. เดบือ (แปลว่ากบ) เลือกศึกษาวิชา “กบ”  เด็กๆ เดินนำทางไปยังเส้นทางศึกษาห้องเรียนธรรมชาติ และซุปเปอร์มาเก็ตมีชีวิตของพวกเขา

ระหว่างทางเดินผ่านนาข้าว ซึ่งเป็นนาที่เด็กๆ ใช้ศึกษาเช่นกัน ด้านซ้ายมือคือลำธารที่ไหลมาจากป่าลึก สร้างความชื้นให้ป่า เดินไปไม่ไกลเริ่มสังเกตเห็นต้นหมาก ใบพลูขึ้นมากมาย สอบถามจึงได้ความว่า คนในชุมชนชอบการเคี้ยวหมากพลูมาก พืชเหล่านี้จึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชน ปลูกแซมกับป่าเพราะพืชเหล่านี้ชอบความชื้นและร่มเงาของต้นไม้ใหญ่

ผู้คนที่นี่ เมื่อจะเข้าป่า ไม่ว่าเพื่อจุดประสงค์ใดก็ตาม พวกเขาไม่ลืมที่จะเตรียมตะกล้า มีด หรืออุปกรณ์หากินติดตัวมาด้วยเสมอ เมื่อเจอก็สามารถเก็บใส่ตะกร้าอย่างชำนาญ

 

เจ๊ะ เก็บของโปรดไปฝากลูกสาว แมงมุมใยทองลายขนาน หนึ่งในอาหารโปรดของ “บือล่ะ”

 

ปูที่เด็กๆ เก็บมาจากลำธารเพื่อเตรียมไปประกอบอาหารเย็น ในระหว่างทางที่พาพวกเราเดินเส้นทางธรรมชาติ

 

อาหารที่เก็บได้ระหว่างเดินเส้นทางธรรมชาติ

 

ระหว่างทางนอกจากการเก็บอาหารที่มาจากธรรมชาติแล้ว เด็กๆ ยังได้เห็นสิ่งมีชีวิตรอบตัว จึงแนะนำให้พวกเราที่มาจากเมืองได้เห็นด้วย เรียกได้ว่าเป็นห้องเรียนธรรมชาติจริงๆเลยค่ะ

 

พอถึงน้ำตก เด็กๆ วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน พร้อมจูงมือพี่ๆ ไปวิ่งเล่นด้วยกันอย่างเป็นกันเอง

 

สนามเด็กเล่นกลางห้องเรียนธรรมชาติ

 

 

เด็กๆ ใช้อุปกรณ์ที่ติดตัวมาส่องหาสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่พบเจอระหว่างทาง แล้วแนะนำให้พี่ๆ รู้จักเจ้าสัตว์ตัวนี้ว่ากินได้หรือเป็นอันตรายอย่างไร

 

ระหว่างทางกลับบ้าน เจ๊ะและเพื่อนๆ มีอาหารติดไม้ติดมือกลับบ้านหลายชนิด ทั้งหยวกกล้วย ปู ปลา แมงมุม ใบพลู และสมุนไพรอื่นๆ มากมาย

 

สำหรับเรื่องราวของการเดินทางมาเรียนรู้วิถีชีวิต “ปกาเกอะญอ” และห้องเรียนธรรมชาติของพวกเขายังไม่หมดแค่นี้นะคะ รอติดตามบทความฉบับต่อไปได้เลย

………………………………………………………………………………………………………………………….

 

เล่าเรื่องโดย: ขนิษฐา ลาสุด (โทรี่)